ภารกิจในการเข้าถึงเอกสารแบบเปิด : ระดับมหาวิทยาลัยและแหล่งทุน


           ในปัจจุบันหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีการจัดทำเอกสาร OA เพื่อให้นักวิชาการหรือผู้ที่ทำวิจัยได้นำผลงานหรือบทความทางวิชาการมาเผยแพร่ ซึ่งภารกิจในการจัดทำเอกสาร OA นั้นหมายถึง ภารกิจที่สนับสนุนการจัดทำเอกสาร OA ซึ่งผู้อ่านสามารถเข้าถึงบทความเหล่านั้นได้ในรูปแบบดิจิทัล โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  ซึ่งภารกิจนี้เกิดจากการลงมติของสถาบันการวิจัยและฝ่ายงานวิชาการของมหาวิทยาลัยที่เห็นความสำคัญและประโยชน์ของการจัดทำคลังเอกสาร
            จะเห็นได้ว่าเอกสาร OA มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อวงการการศึกษาและวงการการวิจัยมาก เพราะมีองค์กรผู้ให้ทุนมากมายทั้งภาครัฐและเอกชน เนื่องจากการจัดทำเอกสาร OA เป็นการเปิดความคิด ทัศนะคติ และยังช่วยให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆมหาวิทยาลัยหลายแห่งจึงมีการกำหนดนโยบายในการจัดทำเอกสาร OA เพื่อให้มีมาตราฐานและมีคุณภาพ ยกตัวอย่าง Harvard University

Harvard University ได้มีภารกิจในการจัดทำเอกสาร OA ขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2008 ซึ่งคณะแรกที่เริ่มทำเอกสาร OA คือ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์  เนื่องจากมีความเห็นว่าบทความที่ได้จากอินเตอร์เน็ตมักจะไม่ค่อยถูกต้องนักและไม่สามารถที่จะเชื่อถือได้ทั้งหมด  ต่อมาเมื่อคณะต่างๆเริ่มมีการใช้ OA

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

E-books and library


  ข้อดีสำหรับห้องสมุด
1. Cooperative  สามารถจัดการรูปแบบความร่วมมือในการจัดซื้อ เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณและเข้าถึงสารสนเทศได้ในปริมาณที่มากขึ้น
2. Better Access  ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้จำนวนมากขึ้นในครั้งเดียวและมีรูปแบบไฟล์หลากหลายชนิดให้เลือก เช่น txt, PDF, html เป็นต้น
3. Delivery to user  สามารถสนองความต้องการที่มีความต้องการได้ข้อมูลทันที VS ช้า
4. Cost and variable format ราคาถูกกว่าสิ่งพิมพ์
5. Storage จัดเก็บได้สะดวก ไม่เปลืองพื้นที่และกระดาษ สำเนาได้ง่าย
6. Expanding collection การบอกรับห้องสมุดเป็นลักษณะการได้รับอนุญาตให้ใช้ จึงสามารถบอกเลิก บอกรับ่อเนื่อง  หรือจัดซื้อเป็นเจ้าของได้ หากมีผู้ที่ต้องการใช้จำนวนมาก
7. Staff efficiency ลดงาน เช่น การลงรายการ การขึ้นชั้น การตรวจยืม-คืน และการดูแลรักษา
8. Author/Publisher ห้องสมุดสามารถจัดทำสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และให้บริการออนไลน์ได้และมีเทคโนโลยีใหม่ที่ห้องสมุดนำมาใช้ในการให้บริการได้มากขึ้นเช่น Blog, WIKI, RSS, และ OSS เป็นต้น

ข้อเสียสำหรับห้องสมุด
1. Technical and managemant problems บุคคลากรต้องได้ัรับการฝึกฝนใหม่ในเรื่องการให้บริการ เพราะไม่เหมือนกับการให้บริการสิ่งพิมพ์ ในเรื่องของอุปกรณ์ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการจัดซื้อจัดหา ดูแลรักษา และอุกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้อ่านต่างๆ อีกทั้งปัญหาในเรื่องของการจัดซื้อโดยตรงจากผู้จัดจำหน่ายผ่านเครดิตการ์ด
2. Development model การจัดบริการเป็นเรื่องใหม่ ต้องทำการปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับห้องสมุด รวมไปถึงการดูแลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของการใช้
3. Resistance to change พนักงานห้องสมุดและผู้ใช้

การเข้าถึง (Access)
1. Offline (downloadable use) วิธีการจัดการภายในห้องสมุด  ผู้ใช้ต้องดาวน์โหลดแล้วถ่ายโอนไฟล์ลงคอมพิวเตอร์ หรืออ่านโดยใช้เครื่องอ่าน

2. Online (Web accessible use) อ่านผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตโดยใช้โปรแกรมอ่าน เช่น Adobe Reader

การดำเนินการของ e-book
1. Downloadable books สามารถดาวน์โหลดได้
   - Proprietary เป็นเจ้าของมีโปรแกรมเฉพาะสำหรับอ่าน พิมพ์ ให้ดาวน์โหลดเป็นสาธารณะ
   - Non proprietary อ่านโดยใช้เว็บบราวเซอร์ อยู่ในรูปแบบ ASCII text, HTML

2. Dedicated e-book readers ต้องอ่านโดยใช้เครื่องอ่าน ไม่สามารถอ่านบนเว็บได้
 
3. Web accessible e-books สามารถอ่านได้บนเว็บไซต์ อ่านได้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ห้องสมุดไม่ต้องทำการลงรายการ ยืม คืน สามารถทำสำเนาและสั่งพิมพ์ได้ ใช้คอมพิวเตอร์ในการอ่าน
เช่น NetLibrary

รูปแบบการยืม
1. หนังสือประเภทออนไลน์ซึ่งสามารถเปิดอ่านได้ทางระบบออนไลน์
2. ยืมได้ 2 เล่ม/ครั้ง ภายในระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง
3. หนังสือประเภทออฟไลน์สามารถยืมและดาวน์โหลดมาไว้ที่เครื่องได้ ยืมได้ 2 เล่ม/ครั้ง ภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน
4. หากมีผู้อื่นยืมอยู่สามารถลงชื่อจองอ่านเป็นคนต่อไปได้

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

E-book (ต่อ)

 
      ประเภทของ e-book มี 3 ประเภท คือ
1. ประเภทที่ 1 เกิดจากการนำเอาสิ่งพิมพ์มาปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์
2. ประเภทที่ 2 เกิดจากการนำข้อมูลจาก CD มาทำให้กลายเป็นรูปแบบ HTML
3. ประเภทสุดท้าย e-book เกิดจากข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

      OCR (Optical Character Recognition) โปรแกรมอ่านข้อความจากภาพ 
      นำข้อมูลจากหนังสือมาทำการ Scan ด้วยเครื่อง Scaner จากนั้นใช้โปรแกรมประเภท OCR มาทำการแปลงภาพที่ได้ให้อยู่ในรูปของข้อความ

      การจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
1. จัดทำส่วนบุคคล (Self-publishing) โดยผู้แต่งเองหรือตัวแทนจัดจำหน่าย
2. จัดทำเพื่อการค้า (Commercial) เชิงพาณิชย์ มีลิขสิทธิ์
3. จัดทำเพื่อการศึกษา (Educational) โดยองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา หรือโรงเรียน มหาวิทยาลัยเป็นผู้จัดทำขึ้น มีเนื้อหาเกี่ยวกับรายวิชานั้นๆ



       

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

Electronic Book


The Evolution of Books : เริ่มมาจากการใช้กระดาษปาปิรุส จนพัฒนามาเป็นกระดาษในรูปแบบสิ่งพิมพ์ และพัฒนามาเป็นแบบ อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน

E-book คือ หนังสือที่จัดทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ อ่านผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์หรือปาล์ม หรือเครื่องอ่าน e-book โดยเแพาะ ข้อดีสามารถแสดงได้ทั้งตัวอักษร ภาพ ภาพเคลื่อนไหวและเสียง ข้อเสีย ต้องใช้อุปกรณ์ในการอ่าน

การจัดทำ มีหลายรูปแบบ : มีทั้งหนังสือเสียง ปกแข็ง ปกอ่อน มีแบบ Kindle edition ในปัจจุบัน Amazon จัดทำหนังสือในรูปแบบ e-book มากขึ้น เพราะมีราคาถูกกว่า และเป็นที่นิยมของผู้ใช้

EPUB (Electronic Publication) คือ  มาตราฐานของ e-book ทำงานผ่าน e-reader ในรูปแบบ XML มี DRM หรือตัวควบคุมไม่ให้ทำการคัดลอกได้ EPUB สามารถ converse ได้ในขณะที่ไฟล์อื่นไม่สามารถทำได้ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบทั้ง mobile e-reader หรือ คอมพิวเตอร์ได้ในตัวมันเอง

คุณสมบัติ e-book reader
สามารถค้นภายในเนื้อหา บันทึกข้อความ คัดลอกและวาง พจนานุกรม เน้นข้อความและเพิ่มเติมข้อความ ปรับขยายตัวอักษรและขนาดการอ่าน อ่านออกเสียงได้ เชื่อมโยง ต่ออินเตอร์เน็ต และสามารถแปลภาษาได้

รูปแบบสร้างสื่อสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์
1. เรียบเรีบง (Creation)
2. ปรับปรุง (Editing)
3. เตรียมพิมพ์ (Pre-print)
4. จัดพิมพ์ (Printing)
5. การนำออก (Distribution)
6. ขาย (Sale) ส่ง (Delivery)
7. ผู้ซื้อ (Consumption)

ข้อดี
1. Multimedia format    มีเสียง ภาพคลื่อนไหว อ่านออกเสียงได้
2. No wait time             เข้าถึงได้เร็ว อ่านได้ทันทีที่ซื้อ
3. Inexpensive               ราคาต่ำกว่าสิ่งพิมพ์ ไม่ม่ค่าขนส่ง
4. Storage                    ไม่ต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บ ใช้แค่เครื่องมืออ่าน
5. Environment             รักษาสิ่งแวดล้อม สิ่งพิมพ์จะใช้วัตถุดิบในการผลิตมากกว่า 3 เท่า

ข้อด้อย
1. ต้องมีเครื่องอ่าน
2. อ่านได้เฉพาะเครื่องอ่าน
3. ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า
4. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์บางเล่ม อาจไม่สามารถเปิดได้กับเครื่องรุ่นใหม่
5. หายง่าบ
6. เปราะบาง เสียหายง่าย
7. ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ถูก Hack และ crack ได้ง่าย


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

Open Access Journals - Gold OA

Open access journals มีลักษะดังนี้
1. เป็น OA ที่นำเสนอเนื้อหาเชิงวิชาการ
2. มีผู้ตรวจสอบคุณภาพและความถูกต้อง ประเมินความน่าเชื่อถือของเนื้อหา
3. จัดเก็บเป็นดิจิตอล มีความยั่งยืน สามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลได้ง่าย
4. สามารถเข้าถึงได้ฟรี
5. มีสัญญาอนุญาตในงานชิ้นนั้นๆ
6. อาจจะมีสัญญาอนุญาตหลายๆแบบได้

ประเภทของ Open access journal publishers
1. Born-OA Publishers
    ไม่เคยตีพิมพ์เป็นวารสารเชิงพาณิชย์ และมีแนวคิดว่าจะจัดทำขึ้นมา เริ่มในปี 2000 ไม่หวังผลกำไร ใช้สัญญาอนุญาต Creative common ทำในรูปแบบดิติทัลเข้าถึงได้ฟรี


2. Conventional Publishers
    วารสารเชิงพาณิชย์ รับทำ OA ของวารสารรแต่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น Spinker link


3. Non-traditional Publishers 
    ไม่ใช่เพื่อการค้า เป็็นวารสารการวิจัยของสถาบันต่างๆ เดิมเป็นแบบสิ่งพิมพ์ไม่คิดค่าใช้จ่าย ต่อมามีการนำมาจัดทำในรูปแบบ e-Publishrers เช่น คณะมนุษยศาสตร์ ารสารวิชาการ เป็นต้น

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

Green OA - รูปแบบการนำเสนอ ( Self-Archiving)



1. Author's Personal Websites :  เว็บไซต์ส่วนบุคคล ทำข้อมูลและเผยแพร่เอง ผ่านทาง Internet 
         ข้อดี Search engines ทุกตัวสามารถค้นหาได้ง่าย ทำให้สะดวกต่อผู้ใช้ในการค้นหาข้อมูล  ผู้จัำดทำสามารถแก้ไข ปรับปรุงข้อมูลได้เองและไม่ยุ่งยากในการจัดทำ ซึ่งใช้รูปแบบเอกสาร ได้ทั้งแบบ HTML , PDF หรือ WORD ถ้าหากมีการนำข้อมูลของผู้อื่น หรือเว็บไซต์อื่น มาใช้ในงานของตน ผู้จัดทำต้องทำการอ้างอิง และ ใส่สัญญาอนุญาตลงในงานนั้นๆ ด้วย

2. Disciplinary Archives :  คลังจัดเก็บเอกสารเฉพาะสาขาวิชา หรือสหสาขาวิชา
         จัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์จากผู้แต่งทั่วโลกจากหลายสาขาวิชา หรือเฉพาะสาขาวิชา มาไว้ในที่เดียว ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างองค์กรวิชาชีพ หรือ สถาบันต่างๆ นิยมใช้ Open source software ในการจัดทำ เช่น EPrints, DSpace

3. Institutional-Unit Achives : คลังจัดเก็บเอกสารของหน่วยงานย่อย ของสถาบันหรือองค์กร
         จัดเก็บเอกสารของแต่ละหน่วย แต่ละแผนก ของหน่วยงาน ซึ่งอาจจัดทำแบบเว็บไซต์ส่วนบุคคลหรือทำแบบ Open source software ก็ได้

4. Institutional Repositories : คลังจัดเก็บเอกสารของหน่วยงาน
           รวบรวมเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของสถาบันแห่งเดียว หรืออาจจัดตั้งความร่วมมือกันระหว่างสถาบันในการจัดเก็บเอกสารเพื่อให้เกิดความมีเสถียรภาพและมีแหล่งความรู้ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น จัดทำเป็นแบบ Open source software




Self-Archiving Strategies

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

คำที่ควรทราบ


1.Preprint   ฉบับก่อนพิมพ์/ฉบับร่าง
                ฉบับแรกที่ผู้เขียนเขียนขึ้นมา ที่ยังไม่ผ่านการประเมินคุณค่า หรือการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ เขียนเพื่อวัตถุประสงค์ตีพิมพ์ในวารสาร หรือส่งเวียนในกลุ่มเดียวกัน ทางเว็บ ทางจดหมาย เพื่อให้ช่วยตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสม ก่อนนำส่งสำนักพิมพ์

2.Postprint  ฉบับที่จัดพิมพ์ จะนำมาพิมพ์/ ฉบับที่แก้ไขสมบูรณ์แล้ว
                  ฉบับสมบูรณ์ที่จะใช้ในการตีพิมพ์ อาจเป็นฉบับที่สำนักพิมพ์นำมาตีพิมพ์ หรือฉบับปรับปรุงจาก Preprint ที่ผู้เขียนทำการปรับปรุงระหว่างรอการประเิมินคุณภาพและอยู่ในระหว่างการดำเนินงานขอรับการตีพิมพ์  ถ้าเผนแพร่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เรียกว่า " e-print "

3.Grey literature   เอกสารหายาก 
                   เพราะไม่มีเผยแพร่ทั่วไป เผยแพร่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พิมพ์ในจำนวนจำกัด ไม่ได้ผลิตโดยสำนักพิมพ์เชิงพาณิชย์  โดยทั่วไปเป็นงานประเภท รายงานทางวิชาการ เอกสารการทำงาน เอกสารธุรกิจ เอกสารการประชุม หรือเอกสารอื่นๆ ที่มีการควบคุมคุณภาพ โดยมีการพิจารณาก่อนตีพิมพ์ มีทั้งในลักษณะที่เป็นสิ่งพิมพ์และไม่ใช่สิ่งพิมพ์ โดยไม่ใช่การพิมพ์เพื่อเชิงธุรกิจ

   White paper : เอกสารเผยแพร่เจตจำนง เผยแพร่ความรู้ ความคิดเห็นของตัวเอง บทความที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆได้นำเสนอเพื่ออธิบายถึงผลของการพัฒนาบริหารธุรกิจ โดยใช้เทคนิค White Paper เพื่อนำเสนอสิ่งที่เขาต้องการชี้แจงแก่สังคมเกี่ยวกับงานวิชาการ งานประดิษฐ์และข้อค้นพบที่เขาดำเนินการอยู่ White Paper จึงไม่ใช่การโฆษณา แต่ต้องเป็นเรื่องที่มีข้อมูลข้อเท็จจริง จัดเป็นกระบวนการให้การศึกษาแก่ประชาชน

4. Errata/corrigenda



Implementing open access

1.Green OA : OA archives or respositories
         แหล่งจัดเก็บข้อมูล โดยการพิมพ์ข้อมูลแล้วทำการเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต ในเว็บไซต์ของตนเอง
2.Gold OA : OA journals
        วารสารที่เปิดให้เข้าถึงบทความได้อย่างอิสระทันทีที่ส่งตีพิมพ์
 



  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

ลิขสิทธิ์ (Copy right)

    ลิขสิทธิ์ :  

                               สิทธิแต่ผู้เดียวที่กฏหมายรับรองให้ผู้สร้างสรรค์ผลงาน แสดงความเป็นเจ้าของผลงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นมา มีความคุ้มครองจากรัฐ มีกฏหมายลิขสิทธิ์คุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27 และ 69 ห้ามนำผลงานนั้นๆไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำออกโฆษณา ไม่ว่าในรูปแบบใดๆก็ตาม ระยะเวลาในการคุ้มครอง จากเดิม50ปี ปัจจุบันได้ปรับเป็นคุ้มครองต่ำสุด 70 ปี และสูงสุดถึง 120 ปีเลยทีเดียวในอเมริกา



 สิทธิโดยธรรม (Fair use)
  1.อนุญาติให้กระทำการcopy ได้ต้องมีขอบเขต ตามมาตรา 33
  2.อนุญาตให้ทำสำเนางานที่มีลิขสิทธิ์ในจำนวนจำกัด เพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษาและวิจัย         
 ห้องสมุด งานสถาปัตยกรรม โสตทัศนวัสดุ/ภาพยนตร์ และกรมศิลปกรรม
  3.การทำสำเนาเพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจารณ์ รายงานข่าว ใช้ในการเรียนการสอน
  4.ต้องไม่ใช่การกระทำเพื่อการค้าโดยเด็ดขาด



 การใช้งานลิขสิทธิ์โดยธรรมสามารถกระทำได้หากมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1.วิจัยหรือศึกษา
2.ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ครอบครัว ญาติมิตร
3.ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงาน โดยมีการรับรู้ถึงลิขสิทธิ์ในงานนั้น
4.เสนอรายงานข่าวทางสื่อมวลชน โดยมีการรับรู้ถึงลิขสิทธิ์ในงานนั้น
5.ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
6.ทำเพื่อการเรียนการสอน ตามความเหมาะสม


 ลิขสิทธิ์โดยธรรมของห้องสมุด
               - ทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น
               - การทำซ้ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่น เพื่อประดยชน์ในการวิจัยหรือการศึกษา



  USA ห้องสมุด
               - ห้องสมุดทำสำเนาไม่เกิน 1 สำเนาไม่ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า และเปิดให้  สาธารณชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง
               - งานที่ไม่ได้ตีพิมพ์ ทำสำเนาได้ 3 สำเนา เพื่อเก็บรักษาหรือใช้ในห้องสมุดอื่น ถ้ายังมีต้นฉบับอยู่ในห้องสมุด และไม่ผยแพร่สำเนานั้นเป็นดิจิตอลไปเป็นสาธารณะนอกห้องสมุด
               - งานที่ตีพิมพ์ทำสำเนาได้ 3 สำเนา แทนที่ชุดที่ชำรุดเสียหาย ถ้าห้องสมุดไม่สามารถหามาทดแทนได้ในราคาที่เป็นธรรมและไม่เผยแพร่เป็นดิจิตอลไปเป็นสาธารณะนอกห้องสมุด





  ปริมาณที่ถือว่าใ้ช้อย่างเหมาะสม
1.หนังสือ 1 เล่ม เอามาได้แค่ เนื้อหา1บทเท่านั้น
2.ถ้าเป็นนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ เอาได้ไม่เกิน 1 บทความ
3.เรื่องสั้น 1 เรื่อง
4.กราฟ รูปภาพ แผนภูมิ ได้ 1 ภาพ
5.งานประเภทสื่อ ได้ไม่เกิน 10% หรือ 3 นาที
6.ข้อความ ได้ไม่เกิน 10% หรือ 100 คำ
7.เพลงหรือ MV  ได้ไม่เกิน 30 วินาที


 หน้าที่ของ NetLibrary


เป็น DRM( Digital Right Management) จัดให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่ละเมิดกฏหมายลิขสิทธิ์และเข้าใช้หนังสือที่ซื้อได้ตลอดไป สามารถใช้ได้ทีละ 1 คนหมุนเวียนกัน อีกทั้งให้อ่าน พิมพ์ เซฟ ดาวน์โหลด และอีเมลล์เป็นหน้าๆ เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์



  หน้าที่ของห้องสมุด


ให้บริการเฉพาะนักศึกษาที่ลงทะเบียนของสถาบัน มีการกำหนดช่วงเวลาการเข้าใช้ ป้องกันการทำสำเนาและการเผยแพร่งานที่มีลิขสิทธิ์ โดยมีคำเตือนห้ามละเมิดลิขสิทธิ์บนงานบริการทุกชิ้น และหากไม่แน่ใจให้สอบถามและเขียนขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนทุกครั้ง



 สัญญาอนุญาต


                                 1.GNU Free Documentation License- GFDL




                                  2.FreeBSD Documentation License




                                  3.Open Publication License Version 1.0



                                  4.Free Art License - FAL


                                  5.Public domain









  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

OA (Open Access)


        OA ย่อมาจาก Open access  คือ แนวคิดที่เปิดให้เป็นสาธารณะเข้าถึงได้อย่างเสรี จะไม่จำกัดสิทธิในการใช้ โดยอนุญาติให้ผู้ใช้สามารถกระทำการเชื่อมโยง คัดลอกถ่ายโอนไปใช้ได้  ทำการแจกจ่าย ทำสำเนา ทำการดัดแปลง และนำไปใช้เพื่อการค้าได้โดยไม่ต้องขออนุญาติ  เดิม OA คือ บทความทางวิชาการ ในรูปแบบ Digital ที่ให้บริการบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ปัจจุบันครอบคลุมไปถึง เอกสารการสัมนา เอกสารการประชุม วิทยานิพนธ์ สื่อโสตทัศนวัสดุ เป็นต้น
          OA เป็นเอกสารเปิดที่มีลิขสิทธิ์ แต่สามารถคัดลอกได้เพราะมี License อนุญาติ

                                                       เครื่องหมายอนุญาติใน OA 

  • พัฒนาการที่ทำให้เกิด OA   
1.มีการจัดทำ E-Publishing หรือสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้น 
2.เกิดบริการออนไลน์ หรือ อินเตอร์เน็ตขึ้น ทำให้สามารถเผยแพร่ผลงานได้อย่างรวดเร็วและมีความหลากหลาย
3.เกิดจากการขึ้นราคาของวารสาร หรือ ทรัพยากรสารสนเทศ  ทำให้สถาบันสารสนเืศต้องแสวงหาทางอื่นที่ได้มาซึ่งทรัพยากรสารสนเทศ โดยที่ไม่ต้องเสียงบประมาณที่มากจนเกินไป


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

IR (Institutional Repositories)


IR ย่อมาจาก Institutional Repositories.  หมายถึง คลังจัดเก็บเอกสาร
มีจุดประสงค์เพื่อ เผยแพร่ความรู้เชิงวิชาการ ปัจจุบันมีการรวม Multimedia เข้าไปด้วย

  • เกิดจากการนำเอกสารที่เป็นรูปแบบสิ่งพิมพ์มาสแกนให้เป็นเอกสารในรูปแบบ Electronic แทน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ง่าย อ่านได้ตลอดเวลา โดยที่ไม่ต้องเดินทางมายังห้องสมุด 
  • IR สามารถเข้าถึงได้เร็วกว่า เอกสารที่เป็นรูปเล่ม
  • IR สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า เอกสารที่เป็นรูปเล่ม
  • IR สามารถเข้าถึงได้ในระยะยาว ไม่มีเวลาที่จำกัด เข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง 
  • เผยแพร่ความรู้ทั้งแบบสถาบันเดียวและรวมสถาบัน หรือเฉพาะหน่วยงานนั้นๆ เช่น บรรณารักษ์
  • การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้อ่านในการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด




    • Digg
    • Del.icio.us
    • StumbleUpon
    • Reddit
    • RSS
    Read Comments