Green OA - รูปแบบการนำเสนอ ( Self-Archiving)



1. Author's Personal Websites :  เว็บไซต์ส่วนบุคคล ทำข้อมูลและเผยแพร่เอง ผ่านทาง Internet 
         ข้อดี Search engines ทุกตัวสามารถค้นหาได้ง่าย ทำให้สะดวกต่อผู้ใช้ในการค้นหาข้อมูล  ผู้จัำดทำสามารถแก้ไข ปรับปรุงข้อมูลได้เองและไม่ยุ่งยากในการจัดทำ ซึ่งใช้รูปแบบเอกสาร ได้ทั้งแบบ HTML , PDF หรือ WORD ถ้าหากมีการนำข้อมูลของผู้อื่น หรือเว็บไซต์อื่น มาใช้ในงานของตน ผู้จัดทำต้องทำการอ้างอิง และ ใส่สัญญาอนุญาตลงในงานนั้นๆ ด้วย

2. Disciplinary Archives :  คลังจัดเก็บเอกสารเฉพาะสาขาวิชา หรือสหสาขาวิชา
         จัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์จากผู้แต่งทั่วโลกจากหลายสาขาวิชา หรือเฉพาะสาขาวิชา มาไว้ในที่เดียว ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างองค์กรวิชาชีพ หรือ สถาบันต่างๆ นิยมใช้ Open source software ในการจัดทำ เช่น EPrints, DSpace

3. Institutional-Unit Achives : คลังจัดเก็บเอกสารของหน่วยงานย่อย ของสถาบันหรือองค์กร
         จัดเก็บเอกสารของแต่ละหน่วย แต่ละแผนก ของหน่วยงาน ซึ่งอาจจัดทำแบบเว็บไซต์ส่วนบุคคลหรือทำแบบ Open source software ก็ได้

4. Institutional Repositories : คลังจัดเก็บเอกสารของหน่วยงาน
           รวบรวมเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของสถาบันแห่งเดียว หรืออาจจัดตั้งความร่วมมือกันระหว่างสถาบันในการจัดเก็บเอกสารเพื่อให้เกิดความมีเสถียรภาพและมีแหล่งความรู้ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น จัดทำเป็นแบบ Open source software




Self-Archiving Strategies

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

คำที่ควรทราบ


1.Preprint   ฉบับก่อนพิมพ์/ฉบับร่าง
                ฉบับแรกที่ผู้เขียนเขียนขึ้นมา ที่ยังไม่ผ่านการประเมินคุณค่า หรือการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ เขียนเพื่อวัตถุประสงค์ตีพิมพ์ในวารสาร หรือส่งเวียนในกลุ่มเดียวกัน ทางเว็บ ทางจดหมาย เพื่อให้ช่วยตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสม ก่อนนำส่งสำนักพิมพ์

2.Postprint  ฉบับที่จัดพิมพ์ จะนำมาพิมพ์/ ฉบับที่แก้ไขสมบูรณ์แล้ว
                  ฉบับสมบูรณ์ที่จะใช้ในการตีพิมพ์ อาจเป็นฉบับที่สำนักพิมพ์นำมาตีพิมพ์ หรือฉบับปรับปรุงจาก Preprint ที่ผู้เขียนทำการปรับปรุงระหว่างรอการประเิมินคุณภาพและอยู่ในระหว่างการดำเนินงานขอรับการตีพิมพ์  ถ้าเผนแพร่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เรียกว่า " e-print "

3.Grey literature   เอกสารหายาก 
                   เพราะไม่มีเผยแพร่ทั่วไป เผยแพร่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พิมพ์ในจำนวนจำกัด ไม่ได้ผลิตโดยสำนักพิมพ์เชิงพาณิชย์  โดยทั่วไปเป็นงานประเภท รายงานทางวิชาการ เอกสารการทำงาน เอกสารธุรกิจ เอกสารการประชุม หรือเอกสารอื่นๆ ที่มีการควบคุมคุณภาพ โดยมีการพิจารณาก่อนตีพิมพ์ มีทั้งในลักษณะที่เป็นสิ่งพิมพ์และไม่ใช่สิ่งพิมพ์ โดยไม่ใช่การพิมพ์เพื่อเชิงธุรกิจ

   White paper : เอกสารเผยแพร่เจตจำนง เผยแพร่ความรู้ ความคิดเห็นของตัวเอง บทความที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆได้นำเสนอเพื่ออธิบายถึงผลของการพัฒนาบริหารธุรกิจ โดยใช้เทคนิค White Paper เพื่อนำเสนอสิ่งที่เขาต้องการชี้แจงแก่สังคมเกี่ยวกับงานวิชาการ งานประดิษฐ์และข้อค้นพบที่เขาดำเนินการอยู่ White Paper จึงไม่ใช่การโฆษณา แต่ต้องเป็นเรื่องที่มีข้อมูลข้อเท็จจริง จัดเป็นกระบวนการให้การศึกษาแก่ประชาชน

4. Errata/corrigenda



Implementing open access

1.Green OA : OA archives or respositories
         แหล่งจัดเก็บข้อมูล โดยการพิมพ์ข้อมูลแล้วทำการเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต ในเว็บไซต์ของตนเอง
2.Gold OA : OA journals
        วารสารที่เปิดให้เข้าถึงบทความได้อย่างอิสระทันทีที่ส่งตีพิมพ์
 



  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

ลิขสิทธิ์ (Copy right)

    ลิขสิทธิ์ :  

                               สิทธิแต่ผู้เดียวที่กฏหมายรับรองให้ผู้สร้างสรรค์ผลงาน แสดงความเป็นเจ้าของผลงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นมา มีความคุ้มครองจากรัฐ มีกฏหมายลิขสิทธิ์คุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27 และ 69 ห้ามนำผลงานนั้นๆไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำออกโฆษณา ไม่ว่าในรูปแบบใดๆก็ตาม ระยะเวลาในการคุ้มครอง จากเดิม50ปี ปัจจุบันได้ปรับเป็นคุ้มครองต่ำสุด 70 ปี และสูงสุดถึง 120 ปีเลยทีเดียวในอเมริกา



 สิทธิโดยธรรม (Fair use)
  1.อนุญาติให้กระทำการcopy ได้ต้องมีขอบเขต ตามมาตรา 33
  2.อนุญาตให้ทำสำเนางานที่มีลิขสิทธิ์ในจำนวนจำกัด เพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษาและวิจัย         
 ห้องสมุด งานสถาปัตยกรรม โสตทัศนวัสดุ/ภาพยนตร์ และกรมศิลปกรรม
  3.การทำสำเนาเพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจารณ์ รายงานข่าว ใช้ในการเรียนการสอน
  4.ต้องไม่ใช่การกระทำเพื่อการค้าโดยเด็ดขาด



 การใช้งานลิขสิทธิ์โดยธรรมสามารถกระทำได้หากมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1.วิจัยหรือศึกษา
2.ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ครอบครัว ญาติมิตร
3.ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงาน โดยมีการรับรู้ถึงลิขสิทธิ์ในงานนั้น
4.เสนอรายงานข่าวทางสื่อมวลชน โดยมีการรับรู้ถึงลิขสิทธิ์ในงานนั้น
5.ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
6.ทำเพื่อการเรียนการสอน ตามความเหมาะสม


 ลิขสิทธิ์โดยธรรมของห้องสมุด
               - ทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น
               - การทำซ้ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่น เพื่อประดยชน์ในการวิจัยหรือการศึกษา



  USA ห้องสมุด
               - ห้องสมุดทำสำเนาไม่เกิน 1 สำเนาไม่ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า และเปิดให้  สาธารณชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง
               - งานที่ไม่ได้ตีพิมพ์ ทำสำเนาได้ 3 สำเนา เพื่อเก็บรักษาหรือใช้ในห้องสมุดอื่น ถ้ายังมีต้นฉบับอยู่ในห้องสมุด และไม่ผยแพร่สำเนานั้นเป็นดิจิตอลไปเป็นสาธารณะนอกห้องสมุด
               - งานที่ตีพิมพ์ทำสำเนาได้ 3 สำเนา แทนที่ชุดที่ชำรุดเสียหาย ถ้าห้องสมุดไม่สามารถหามาทดแทนได้ในราคาที่เป็นธรรมและไม่เผยแพร่เป็นดิจิตอลไปเป็นสาธารณะนอกห้องสมุด





  ปริมาณที่ถือว่าใ้ช้อย่างเหมาะสม
1.หนังสือ 1 เล่ม เอามาได้แค่ เนื้อหา1บทเท่านั้น
2.ถ้าเป็นนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ เอาได้ไม่เกิน 1 บทความ
3.เรื่องสั้น 1 เรื่อง
4.กราฟ รูปภาพ แผนภูมิ ได้ 1 ภาพ
5.งานประเภทสื่อ ได้ไม่เกิน 10% หรือ 3 นาที
6.ข้อความ ได้ไม่เกิน 10% หรือ 100 คำ
7.เพลงหรือ MV  ได้ไม่เกิน 30 วินาที


 หน้าที่ของ NetLibrary


เป็น DRM( Digital Right Management) จัดให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่ละเมิดกฏหมายลิขสิทธิ์และเข้าใช้หนังสือที่ซื้อได้ตลอดไป สามารถใช้ได้ทีละ 1 คนหมุนเวียนกัน อีกทั้งให้อ่าน พิมพ์ เซฟ ดาวน์โหลด และอีเมลล์เป็นหน้าๆ เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์



  หน้าที่ของห้องสมุด


ให้บริการเฉพาะนักศึกษาที่ลงทะเบียนของสถาบัน มีการกำหนดช่วงเวลาการเข้าใช้ ป้องกันการทำสำเนาและการเผยแพร่งานที่มีลิขสิทธิ์ โดยมีคำเตือนห้ามละเมิดลิขสิทธิ์บนงานบริการทุกชิ้น และหากไม่แน่ใจให้สอบถามและเขียนขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนทุกครั้ง



 สัญญาอนุญาต


                                 1.GNU Free Documentation License- GFDL




                                  2.FreeBSD Documentation License




                                  3.Open Publication License Version 1.0



                                  4.Free Art License - FAL


                                  5.Public domain









  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

OA (Open Access)


        OA ย่อมาจาก Open access  คือ แนวคิดที่เปิดให้เป็นสาธารณะเข้าถึงได้อย่างเสรี จะไม่จำกัดสิทธิในการใช้ โดยอนุญาติให้ผู้ใช้สามารถกระทำการเชื่อมโยง คัดลอกถ่ายโอนไปใช้ได้  ทำการแจกจ่าย ทำสำเนา ทำการดัดแปลง และนำไปใช้เพื่อการค้าได้โดยไม่ต้องขออนุญาติ  เดิม OA คือ บทความทางวิชาการ ในรูปแบบ Digital ที่ให้บริการบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ปัจจุบันครอบคลุมไปถึง เอกสารการสัมนา เอกสารการประชุม วิทยานิพนธ์ สื่อโสตทัศนวัสดุ เป็นต้น
          OA เป็นเอกสารเปิดที่มีลิขสิทธิ์ แต่สามารถคัดลอกได้เพราะมี License อนุญาติ

                                                       เครื่องหมายอนุญาติใน OA 

  • พัฒนาการที่ทำให้เกิด OA   
1.มีการจัดทำ E-Publishing หรือสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้น 
2.เกิดบริการออนไลน์ หรือ อินเตอร์เน็ตขึ้น ทำให้สามารถเผยแพร่ผลงานได้อย่างรวดเร็วและมีความหลากหลาย
3.เกิดจากการขึ้นราคาของวารสาร หรือ ทรัพยากรสารสนเทศ  ทำให้สถาบันสารสนเืศต้องแสวงหาทางอื่นที่ได้มาซึ่งทรัพยากรสารสนเทศ โดยที่ไม่ต้องเสียงบประมาณที่มากจนเกินไป


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments

IR (Institutional Repositories)


IR ย่อมาจาก Institutional Repositories.  หมายถึง คลังจัดเก็บเอกสาร
มีจุดประสงค์เพื่อ เผยแพร่ความรู้เชิงวิชาการ ปัจจุบันมีการรวม Multimedia เข้าไปด้วย

  • เกิดจากการนำเอกสารที่เป็นรูปแบบสิ่งพิมพ์มาสแกนให้เป็นเอกสารในรูปแบบ Electronic แทน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ง่าย อ่านได้ตลอดเวลา โดยที่ไม่ต้องเดินทางมายังห้องสมุด 
  • IR สามารถเข้าถึงได้เร็วกว่า เอกสารที่เป็นรูปเล่ม
  • IR สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า เอกสารที่เป็นรูปเล่ม
  • IR สามารถเข้าถึงได้ในระยะยาว ไม่มีเวลาที่จำกัด เข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง 
  • เผยแพร่ความรู้ทั้งแบบสถาบันเดียวและรวมสถาบัน หรือเฉพาะหน่วยงานนั้นๆ เช่น บรรณารักษ์
  • การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้อ่านในการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด




    • Digg
    • Del.icio.us
    • StumbleUpon
    • Reddit
    • RSS
    Read Comments